![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
อาโลฮ่าฮ่าฮ่า... :D...ขอต้อนรับสู่ Uke Studio "อูค สตูดิโอ" กระท่อมของผู้ที่มีดนตรีในหัวใจ... หากคุณคือผู้หนึ่งที่รักในเสียงเพลง ก็แปลว่าเรามีหัวใจที่ตรงกัน....กระท่อมหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยความหวังว่าจะได้เป็นส่วนเล็กๆที่จะ มีโอกาสมอบรอยยิ้มให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ซึ่งนอกจากที่เราจะพยายาม สรรหา Ukulele (อูคูเลเล่) ที่ดีไว้คอยบริการแล้ว เรายังหวังว่าเราจะสามารถทำประโยชน์ให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมได้บ้าง ไม่มากก็น้อย.. |
||||
![]() |
|||||
| โดย : กลุ่มดนตรีสี่สาย | |||||
| รอยยิ้มของคุณคือความสุขของเรา | |||||
ซื้อ อูคูเลเล่ Ukulele แบบไหนดี คำถาม นี้มักจะได้ยินเสมอๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหา อูคูเลเล่ ตัวแรกไว้เป็นเพื่อนคู่มือ... ซึ่งนอกจากขนาดที่มี 4 ขนาด คือขนาด Soprano , Concert , Tenor และ Baritone (เรียงจากขนาดเล็กไปขนาดใหญ่ตามลำดับ) ที่คิดว่าปัจจุบันใครๆน่าจะรู้แล้ว ผมจึงขอข้ามไป โดยจะขอแบ่ง อูคูเลเล่เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้... 1. อูคูเลเล่ ไม้ลามิเนท Laminated wood หรือ ไม้อัด Plywood เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้น หรือไม่แน่ใจว่าจะสามารถเล่นได้อย่างจริงจังรึเปล่า จะมีราคาถูกไปจนถึง ราคาระดับกลางๆ คุณภาพเสียงขึ้นอยู่กับงานของผู้ผลิตแต่ละราย จะมีตั้งแต่เสียงระดับที่ไม่ได้มาตรฐานไปจนถึงระดับที่ใช้ได้เลยทีเดียว ผมเคยเห็น อูคูเลเล่ ไม้อัด ที่มีคุณภาพเสียงไม่แพ้ อูคูเลเล่ ไม้จริงก็มีเหมือนกัน โดยในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะใช้ไม้ Mahogany เป็นหลัก... 2. อูคูเลเล่ ไม้จริง หรือ ไม้แท้ Solid wood มีคุณภาพเสียงที่ไพเราะ และมีคุณค่าในระยะยาว ไม้ที่ดีที่สุดสำหรับทำ อูคูเลเล่ คือไม้ Koa ซึ่งจะให้เสียงของ Hawaiian แท้ๆ และลายไม้ที่สวยงาม ทั้งยังมีคุณค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเก็บไว้เป็นเวลานานๆ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่แพง... และไม้ที่มีลักษณะเสียงใกล้เคียงกับไม้ Koa ที่สุดคือไม้ Acacia ซึ่งจะมีราคาที่ถูกกว่า และเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียว... สำหรับไม้ Mahogany จะให้เสียงที่นุ่มนวลซึ่งบางคนจะชอบลักษณะเสียงแบบนี้มากกว่าก็มี และไม้อื่นๆ เช่น Spruce , Maple , etc. ก็จะให้ลักษณะเสียงและราคาที่แตกต่างกันออกไป Fingerboard ก็มีความสำคัญไม่น้อยเหมือนกัน เพราะเป็นบริเวณที่นิ้วของเราต้องสัมผัสตลอดเวลา จึงควรจะมีความแข็งแรงทนต่อแรงกด และการเสียดสีของนิ้ว ได้ในระยะยาวๆ จับแล้วสบายมือ.. ผมเคยซื้อกีต้าร์ราคาถูกๆมาเล่นซึ่งไม้ที่ fingerboard ไม่ได้คุณภาพ ผลปรากฏว่าซักพักนึงไม้บริเวณนั้นเริ่มสึกเป็นหลุม ทั้งๆที่กีต้าร์ตัวนั้น ไม่ค่อยหยิบขึ้นมาเล่นด้วยซ้ำ.... ไม้ที่นิยมเอามาทำ fingerboard คือไม้ rosewood เป็นส่วนใหญ่ หรือไม้อื่นๆ เช่น ไม้ ebony ก็นิยมเอามาทำ fingerboard เหมือนกัน ซึ่งมีคุณสมบัติไม่เป็นรองไม้ rosewood เลยทีเดียว ลูกบิด ของ อูคูเลเล่ จะมีสองลักษณะคือ แบบ Friction เป็นลูกบิดแบบดั้งเดิมของอูคูเลเล่ ซึ่งจะคงความคลาสสิค อูคูเลเล่เก่าๆโบราณ จะมีลูกบิดเป็นแบบนี้ และ อูคูเลเล่ ปัจจุบันก็ยังคงลักษณะลูกบิดแบบนี้บ้างในบางรุ่น... และอีกแบบคือแบบที่มีเกียร์หรือเฟืองทด แบบเดียวกับลูกบิดของกีต้าร์ ข้อดีคือมีัความละเอียดที่สูงกว่า ซึ่งจะสะดวกเวลาตั้งสายจะง่ายกว่า แต่ที่สำคัญที่สุด ในการจะหา อูคูเลเล่ ตัวนึงไว้อยู่กับเราไปนานๆ คือเรื่อง touching เวลาเล่นแล้วเราต้องรู้สึกคล่อง สบายมือ เล่นไปนานๆแล้วไม่ล้า action พอเหมาะ ซึ่งเรื่องนี้ผมให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกเลยทีเดียว ต่อให้ อูคูเลเล่ ตัวนั้นเสียงจะดีขนาดไหน หรือไม้ดีขนาดไหน งานสวยขนาดไหน แต่ถ้าเราเล่นแล้วไม่ถนัดกับมือของเรา ก็ไร้ความหมาย ดังนั้นการจะเลือก อูคูเลเล่ ที่เหมาะกับเราซักตัวจึงจำเป็นที่ต้องไปลองสัมผัสด้วยตัวเอง... อาจจะหาเพื่อนที่รู้เรื่องไปช่วยดูให้ หรืออาจจะขอคำแนะนำจากผู้ขาย แต่สุดท้ายแล้วไม่มีใครบอกได้ว่า อูคูเลเล่ ตัวไหนดีที่สุดสำหรับเราได้ดีไปกว่าตัวเราเอง....
|
||
วิธีดู อูคูเลเล่ ว่าเป็น ไม้จริง (ไม้แท้) หรือ เป็นแค่ ไม้ลามิเนท วิธีดูง่ายนิดเดียว ว่า อูคูเลเล่ ของเราเป็นไม้จริงหรือไม่ โดยพลิก อูคูเลเล่ ดูไม้ด้านหลัง และสังเำกตุที่ลายไม้ด้านหลัง แล้วมาดูลายไม้ด้านในแผ่นเดียวกัน (มองลอดช่อง sound hole) ลายไม้ด้านหลังและด้านในจะต้องเหมือนกันในตำแหน่งเดียวกันวิ่งไปแนวเดียวกันเพราะเป็นไม้แผ่นเดียวกัน อาจจะสังเกตุช่วงที่มีลายชัดๆ ซึ่งจะสังเกตุได้ง่าย..... ส่วนวิธีดูไม้ด้านหน้าว่าเป็นไม้จริงหรือไม่ โดยดูที่สันขอบของช่อง sound hole ลายไม้ที่วิ่งมาต้องกินลงไปถึงสันขอบของ sound hole ซึ่งต้องเป็นลายต่อเนื่องกัน....
|
||
| Coffee Time@ริมระเบียง | |
![]() |
ดนตรี กับ วิถีชีวิต ดนตรีมีความหลากหลายแต่งต่างกันออกไปตามยุคตามสมัยและตามท้องถิ่นต่างๆ.... เคยนั่งคิดเล่นๆว่า ดนตรีบ่งบอกอะไรเราได้บ้าง ทำไมดนตรีจึงมีอารมณ์และท่วงทำนองที่แตกต่างกัน มันถูกกำหนดด้วยอะไร ?? เช่น ดนตรีไทยโบราณจะมีความอ่อนช้อยเรียบง่าย ฟังทีไรจะรู้สึกสงบผ่อนคลายเหมือนวิถีชีวิตไทยแต่โบราณที่ไม่เร่งรีบ และวิถีชีวิตหรือกิจกรรมต่างๆเป็นไปด้วยความอ่อนหวาน.... หรือ เพลงคลาสสิคมีความอลังการ ก็มองไปถึงศิลปะทางยุโรปตั้งแต่ยุด Renaissance ไล่มาถึงยุค Baroque และยุค Classic ซึ่งดนตรีในสมัยนั้นจะฟังอยู่ในรั้วในวังเป็นส่วนใหญ่ คงถูกหล่อหลอมมาจากวิถีความเป็นอยู่ซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาเป็นท่วงทำนองที่มีอารมณ์สอดคล้องกัน... และการพัฒนาของดนตรีก็จะดำเนินไปควบคู่กับการพัฒนาทางศิลปะซึ่งมีวิถีชีวิตเป็นตัวกำหนด... มายุคของเพลง Blues ก็เกิดจากทาสผิวดำที่ถูกกดขี่จนระบายอารมณ์ออกมาเป็นบทเพลงที่มีความโหยหวน เมื่อได้ฟังก็พอจะจินตนาการความรู้สึกได้ หรือเพลง pop ในปัจจุบันก็สะท้อนถึงชีวิตคนเมืองที่ยิ่งวันยิ่งเร่งรีบ หรือแม้แต่ ukulele ที่เราเล่นๆกันอยู่ก็ให้อารมณ์แบบวิถีชีวิตของชาวฮาวายและยังเหมาะกับภูมิภาคที่โอบล้อมด้วยท้องทะเล ...ที่ว่ามาทั้งหมดก็ไม่ได้จะให้คิดอะไรมากมาย ^^ แต่อาจเป็นการฟังดนตรีในอีกแง่มุมนึงที่ได้อรรถรสแตกต่างออกไป โดยเมื่อฟังเพลงลองนึกถึงวิถีและอารมณ์ของผู้คนในท้องถิ่นตามสมัยของเพลงนั้นๆ ดูซิว่าความรู้สึกจะสอดคล้องกับภาพที่เราเคยได้รู้มารึเปล่า ซึ่งบางทีอาจทำให้เราเข้าใจวิถีชีวิตและความรู้สึกของชนชาติต่างๆในอดีตถึงปัจจุบันได้มากขึ้น ^^
Uke Studio (10-2-2012) |
|||
I Saw Mommy Kissing Santa Claus ...ฤดูหนาวของทุกปีจะเป็นช่วงที่ใครๆส่วนใหญ่มีความสุขกัน เนื่องด้วยอากาศที่หนาวบ้างหรือไม่ค่อยร้อน ซึ่งเมืองไทยไม่ค่อยมีเท่าไหร่ และยังมีเทศกาลรื่นเริงอีกมากมาย เป็นช่วงที่ใครๆจะมอบของขวัญ ส่งความสุขให้แก่กัน และช่วงนี้มักจะเห็นรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของหลายๆคน ...เทศกาลหนึ่งที่จะลืมไม่ได้ในช่วงนี้คือเทศกาล Christmas ซึ่งถ้าใครที่เรียน รร คริสต์ ก็จะผูกพันกับเทศกาลนี้ไม่น้อยกว่าปีใหม่เลยทีเดียว.... และที่เป็นสิ่งที่คู่กันจนขาดไม่ได้คือเพลงของเทศกาลคริสต์มาส ก็เป็นหนึ่งที่ถูกซึมซับเข้าไปในสายเลือด ซึ่งก็มีหลายเพลงที่ชอบ และเมื่อใกล้ Christmas ทีไรก็ต้องหามาเปิดทุกปี ..แต่วันนี้บังเอิญได้ฟังเพลง I Saw Mommy Kissing Santa Claus ซึ่งถือว่าเป็นเพลงหนึ่งที่ชอบมากเป็นพิเศษ เลยทำให้นึกถึงความหมายของเพลงนี้ที่น่ารักมากมาย ^^ ซึ่งส่วนหนึ่งของเนื้อเพลงนี้ได้กล่าวถึง Mistletoe ที่หากใครไม่รู้ที่มาอาจจะสงสัยว่าคืออะไรกันหนอ... ... ต้น Mistletoe ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในสัญญลักษณ์ของเทศกาลศริสต์มาสเลยทีเดียว การตกแต่งบ้านในเทศกาลนี้มักจะเห็นช่อของ Mistletoe ห้อยอยู่ที่ใดที่หนึ่งเสมอ และก็มีไม่น้อยที่จะห้อยไว้ที่เหนือประตูหน้าบ้าน ตามความเชื่อ เค้าว่าหากหนุ่มสาวคู่ไหนมีโอกาสได้จูจุ๊บกันใต้ร่มของ Mistletoe ก็จะทำให้หนุ่มสาวคู่นั้นมีความรักที่เป็นนิรันดร และนี่เป็นที่มาของเพลง I Saw Mommy Kissing Santa Claus นั่นเอง ...เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ถ้าเห็นช่อ Mistletoe ที่ไหน ก็อย่าลืมจูงมือสุดเลิฟมาจูจุ๊บใต้ร่มเงาของ Mistletoe เพื่อความรักที่ยั่งยืนตลอดไปนะจ๊ะ.... ^^
Uke Studio (20-12-2011) |
||||
![]() |
ฟ้าหลังฝน.. ...เค้าว่ากันว่าฟ้าหลังฝนจะสดใสเสมอ.. หลังจากเป็นผู้อพยพภัยน้ำท่วมต้องออกจากบ้านไป 50 วันพอดี ในที่สุดก็ได้กลับมาสู่อ้อมกอดอันแสนอบอุ่นอีกครั้งที่บ้านของเรา.. เตียงนุ่มๆ เก้าอี้ตัวเดิมๆ ห้องน้ำที่แสนสบาย ไม่เคยรู้สึกว่าบ้านสวยงามน่าอยู่ขนาดนี้มาก่อน... อย่างน้อยวันที่ต้องอพยพออกไปเมื่อวันนั้นก็ทำให้มีวันที่ได้กลับมาสู่ความสุขในวันนี้... ...ช่วงนี้ก็คงเป็นช่วงที่ทุกคนที่ประสบภัยน้ำท่วม กำลังเริ่มฟื้นฟูบ้าน หนักบ้าง เบาบ้าง ก็ตามแต่ใครจะโดนกันยังไง แต่เชื่อว่าวันนี้ทุกคนน่าจะกำลังมีความสุขกับบ้านของตัวเอง... พอกลับบ้าน ลมหนาวก็มาคอยต้อนรับพอดี หนาวปีนี้ของผมไม่เหมือนปีอื่นๆ ทุกๆปีช่วงนี้จะเป็นช่วงวุ่นวายกับการทำงานและเตรียมงานรับคริสต์มาสและปีใหม่ กำลังเตรียมวางแผนไปรับลมหนาวบนดอย.. แต่ปีนี้เหมือนกับจะเป็นช่วงที่ต้องฟื้นฟูทุกอย่างเพื่อเตรียมรับสิ่งใหม่ๆในปีหน้า ...ในขณะที่เราได้กลับคืนสู่บ้าน ได้เริ่มต้นสร้างความอบอุ่นในครอบครัวของเราอีกครั้ง แต่ยังมีบางคนที่ยังประสบภัยอยู่กับน้ำขัง ยังไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ.... บางทีฟ้าที่เริ่มสดใสในมุมของเราอาจจะไม่สดใสในมุมอีกหลายๆมุม... ดังนั้น.. ทุกครั้งที่เรากำลังมีความสุข อย่าลืมเหลียวมองผู้ที่กำลังลำบาก อย่างน้อย กำลังใจ หรือสิ่งเล็กๆน้อยๆที่สามารถช่วยเหลือได้จะทำให้ชีวิตและสังคมของเราน่าอยู่ขึ้นอีกมากมาย....
Uke Studio (17-12-2011) |
|||
น้ำท่วม : สิ่งที่เสียไปและสิ่งที่ได้มา ...ห่างหายไปนาน เพราะว่ากลายเป็นผู้ประสบภัยเหมือนกัน... ไม่เคยคิดฝันว่าอยู่ดีๆจะต้องเจอในสิ่งที่ไม่เคยคุ้นเคยในชีวิต เริ่มตั้งแต่ก่อนน้ำท่วมก็ไม่คิดว่าบ้านเราจะน้ำท่วม ก็น่าจะเหมือนกับหลายๆคนที่คิดแบบนี้เลยค่อนข้างนิ่งนอนใจ ไม่ค่อยได้ป้องกันอะไร... แล้วอยู่ดีๆก็มีข่าวว่าน้ำกำลังมาทางเราแค่อีกไม่เกิน 2 กม.... ...เมื่อคืนวันที่ 19-10-54 ตอนเที่ยงคืน กรรมการหมู่บ้านโทรมาบอกว่าน้ำกำลังมาแล้ว.... สิ่งที่กลัวกำลังจะมาจริงๆหรือนี่ ก่อนหน้านี้มีความคิดว่าน้ำท่วมครั้งนี้ บ้านเราจะไม่โดน มีความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่คืนนั้นไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมนอนหลับไม่สนิท หลับๆตื่นๆทั้งคืน เลยตัดสินใจออกจากบ้านเพื่อดูสถานการณ์ ตอนนั้นก็คิดว่า ออกแค่ 3 วัน ถ้าไม่มีอะไรก็จะได้กลับเข้ามาใช้ชีวิตตามปกติ แต่จากวันนั้นที่ออกจากบ้านมาก็ไม่มีโอกาสได้เข้าไปอยู่ที่บ้านอีกเลยจนเดี๋ยวนี้ก็ 35 วันเข้าไปแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ แรกๆก็รู้สึกแย่มากเหมือนกัน ใช้ชีวิตลำบากถึงแม้จะยังสบายกว่าหลายๆคนที่เห็นในทีวีตั้งมากมาย แต่ไม่นานก็สามารถปรับตัวได้ ทั้งความรู้สึกและการใช้ชีวิต... คนเรามีจุดเด่นที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหน เพราะฉะนั้น ไม่ว่ายังไงก็ไม่ต้องกลัวจะลำบาก เพราะในที่สุดเราก็จะสามารถปรับตัวเองและใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ยาก ...ครั้งแรกที่ได้กลับเข้าบ้านคือวันรุ่งขึ้นที่ออกมา ขับรถลุยเข้าไปเพื่อช่วยน้าที่ยังอยู่ในหมู่บ้าน บ้านใกล้ๆกัน สภาพต่างจากเมื่อวานโดนสิ้นเชิง เมื่อวานที่น้ำยังแห้ง แต่วันนี้น้ำเต็มไปหมด รถ 4wd ผมใช้ขับเข้าไปยังลำบาก พอถึงหน้าหมู่บ้านก็เอารถเข้าไม่ได้แล้วเพราะเค้าก่อกระสอบทรายกั้นน้ำไว้หมด เลยต้องเดินลุยน้ำผ่านแนวกระสอบทรายข้ามไป ข้างในหมู่บ้านยังแห้ง แต่ภาพที่เห็นเป็นภาพที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน เห็นคนในหมู่บ้านเดินสวนออกมา แต่ละคนแบกเป้แบกกระเป๋ากำลังอพยพออกจากหมู่บ้าน บรรยากาศตอนนั้นรู้สึกวังเวงจริงๆ ปกติเวลาขับรถเข้าบ้านทุกครั้งนั่นคือความรู้สึกที่กำลังจะได้กลับไปพักผ่อน รู้สึกถึงความอบอุ่น แต่วันนี้ไม่ใช่ ความรู้สึกมันแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง พอเดินเลี้ยวเข้าไปถึงหน้าบ้าน วูบแรกที่เห็นบ้าน น้ำตาแทบไหลออกมา เป็นความรู้สึกที่ไม่รู้จะอธิบายยังไง..... จากวันนั้นก็คิดว่าตัดสินใจไม่ผิดที่ออกมาจากบ้านก่อนที่น้ำจะท่วม เพราะเรายังสามารถช่วยคนได้อีกมากมาย และได้เรียนรู้อีกว่าถึงแม้เราจะเป็นผู้ประสบภัยอยู่เราก็ยังสามารถช่วยเหลือคนอื่นหรือช่วยเหลือสังคมได้ ถ้าไม่ทำให้เราต้องลำบากเพิ่มขึ้น และการช่วยเหลือผู้อื่นกลับเป็นแรงและกำลังใจหล่อเลี้ยงเราให้มีพลังมากขึ้นมากมายในยามที่เรากำลังหมดแรง... ...และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ได้ซาบซึ้งจากสถานะการณ์นี้คือ "เพื่อน" ได้รู้ว่าเพื่อนที่ดีจะอยู่กับเราทุกสถานะการณ์ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม เพื่อนจะสนุกกับเราเมื่อยามสุข แต่จะคอยช่วยเหลือเราเมื่อยามทุกข์.... "โชคดีจริงๆที่ยามลำบากก็ยังมีเพื่อน"
..สายน้ำเชี่ยวกราด หลากไหล เปี่ยมด้วยสายน้ำใจ หลากล้น
Uke Studio (24-11-2011) |
![]() |
|||
![]() |
คุณค่าของบทเพลงที่มากกว่าความเป็นดนตรี ...คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า ตั้งแต่เราเกิดมาก็มีดนตรีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมาตลอด เดี๋ยวนี้อาจจะตั้งแต่อยู่ในท้องแม่เลยด้วยซ้ำ ที่คุณแม่จะเอาเพลง classic ให้ลูกฟังเพราะเชื่อว่านั่นช่วยในการพัฒนาสมองให้เกิดมาเป็นเด็กที่ฉลาด และอารมณ์ดี... ต่อมาในวัยเด็กก็จะได้ยินเพลงที่พ่อแม่ชอบเปิดหรือชอบร้องให้ฟัง เช่นสมัยก่อนคงไม่พ้นเพลงพวกสุนทราภรณ์ และพอเริ่มเข้าวัยรุ่นก็เริ่มรู้จักฟังเพลงในแบบที่ตัวเองชอบหรือเพลงตามสมัยนิยม.... จวบจนเวลาผ่านไป เพลงต่างๆที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตเราแต่ละช่วงเวลากลับเพิ่มคุณค่าในตัวของมันเอง ไม่เกี่ยวกับความไพเราะของท่วงทำนองหรือดนตรีที่เรียบเรียงได้ดี แต่เป็นคุณค่าทางใจที่พอเราได้ยินเพลงนี้อีกครั้งก็จะนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น บางเพลงพอเราได้ยินจากวิทยุ สมองก็แล่นไปถึงเหตุการณ์ในอดีตอย่างอัตโนมัติ... อืมมม.. เพลงนี้เราฟังตอนไปเขาใหญ่กับเพื่อนๆเป็นครั้งแรก หรือเพลงนี้แม่ชอบร้องให้ฟังตอนเด็กๆ เป็นต้น มันเหมือนกับสมุดบันทึกความทรงจำที่เป็นกล่องเพลงอยู่ในใจลึกๆ.... บางเหตุการณ์เราอาจลืมไปแล้วด้วยซ้ำ แต่พอได้ยินเพลงนั้นอีกครั้งก็ทำให้เราจำขึ้นมาได้ ซึ่งบางทีไม่เฉพาะจำได้แค่ภาพในเหตุการณ์ แต่บทเพลงในกล่องความทรงจำนี้ สามารถเก็บรายละเอียดถึงความรู้สึกลึกๆ ในช่วงเวลานั้นที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือหรือคำพูดเลยทีเดียว และคุณค่าของเพลงเพลงเดียวกันในแต่ละความทรงจำของแต่ละคน ย่อมแตกต่างกันไปตามแต่ละอารมณ์โดยไม่มีขีดจำกัด มีความสุขบ้าง ทุกข์บ้าง เศร้าเคล้าน้ำตา หรือสนุกสนานรื่นเริง.... รวมๆแล้วผมขอเรียกว่า "กล่องเพลงแห่งความทรงจำ" ...และก็น่าแปลกที่ส่วนใหญ่เมื่อเราได้ฟังเพลงในกล่องความทรงจำของเราทีไร รอยยิ้มก็จะแอบปรากฏที่มุมปากทุกที ^^..
Uke Studio (29-9-2011) |
|||
Classic & Jazz ....ดนตรีในโลกนี้แบ่งออกเป็นหลากหลายประเภทมาก จนบางทีก็งงเหมือนกัน เพลงใหม่ๆบางเพลงเรียกไม่ถูกว่าแนวอะไร แต่นั่นก็คือวิวัฒนาการทางดนตรีที่ถูกพัฒนาไปเรื่อยๆทุกวินาที และดนตรีแต่ละประเภทก็มีจุดเด่นในตัวเอง ถ้าเราเข้าใจเค้า เค้าก็จะสร้างความสุขทางอารมณ์ให้เราได้มากมายทีเดียว... ยกตัวอย่างเช่นเพลงคลาสสิก กับเพลงแจ๊ส ต่างก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไป เพลงคลาสสิกเน้นไปทางด้านความมีระเบียบแบบแผน ความซับซ้อนของเมโลดี้และแนวประสานของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น แต่เพลงแจ๊สดูเหมือนจะไร้แบบแผน ซึ่งสามารถเล่นตามใจต้องการ... แต่สิ่งที่ผมอยากจะพูดในวันนี้คือการถ่ายทอดอารมณ์ของดนตรีทั้งสองชนิดนี้.... การบรรเลงเพลงคลาสสิกคือการถ่ายทอดอารมณ์ของผู้ประพันธ์สู่ผู้รับฟัง ต่างจากเพลงแจ๊สที่ถ่ายทอดอารมณ์ของผู้เล่นสู่ผู้ฟัง... บรรดาครูเพลงคลาสสิกจะให้เกียรติผู้ประพันธ์เป็นอย่างมาก ก่อนจะบรรเลงเพลงใดเพลงหนึ่งต้องศึกษาอารมณ์ของเพลงแต่ละท่อน แต่ละตัวโน๊ต ว่าผู้ประพันธ์ต้องการสื่อถึงอะไร แล้วถ่ายทอดออกมาให้ตรงตามความหมายและอารมณ์ของเพลงนั้นๆ ชาวเพลงคลาสสิกถือว่าผู้ประพันธ์เพลงแต่ละท่านมีความสามารถเป็นอัฉริยะ ซึ่งโน๊ตแต่ละตัวล้วนมีความหมายที่ไม่ควรมองข้ามไปแม้แต่น้อย... สำหรับเพลงแจ๊สคือการถ่ายทอดอารมณ์ของผู้เล่นสู่ผู้ฟัง โดยจุดสำคัญอยู่ที่การ improvisation ซึ่งผู้เล่นสามารถใส่อารมณ์ได้ตามต้องการอย่างเต็มที่ภายใต้ทางคอร์ดที่เดินไปอย่างต่อเนื่อง การเล่นเพลงแจ๊สจึงไม่จำเป็นต้องทำการบ้านก่อนเล่นมากมายนัก แต่จะขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นเป็นส่วนใหญ่... ...แต่สุดท้าย ไม่ว่าบทเพลงนั้นจะมีอารมณ์และความสวยงามมากมายเพียงใด แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคืออารมณ์ของผู้ฟัง ลองสังเกตุว่าตอนที่เราอารมณ์ดีๆ เช่นตอนไปเที่ยวต่างจังหวัดท่ามกลางขุนเขาและสายหมอก เราจะฟังเพลงได้เพราะกว่าตอนที่เรากำลังวุ่นวายกับการทำงานในเมืองมากมายหลายเท่าเลยทีเดียว ^^
Uke Studio (15-9-2011) |
![]() |
|||
![]() |
Cavaquinho ต้นกำเนิด Ukulele ...เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว supplier ทางเมืองนอกส่ง Cavaquinho มาให้ตัวนึง เค้าว่าเป็นต้นกำเนิดของ ukulele .... เดิมทีเจ้า Cavaquinho เป็นเครื่องดนตรีลักษณะเหมือนกีต้าร์ตัวเล็กๆที่มี 4 สายในโปรตุเกส และมีชาวโปรตุเกสเดินทางไปฮาวายโดยเรือ และนำ Cavaquinho ไปด้วย เครื่องดนตรีชนิดนี้ก็เลยเริ่มเป็นที่รู้จักกันในฮาวาย และต่อมาก็ได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นอูคูเลเล่ที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนั่นเอง... แต่ปัจจุบัน เจ้า Cavaquinho ก็ยังเป็นที่นิยมเล่นกันในกลุ่มเล็กๆ ส่วนมากจะนิยมกันในบราซิล..... ...พอได้เจ้ากีต้าร์ตัวเล็กๆคล้าย ukulele มา ก็งงเหมือนกันว่าเค้าเล่นกันยังไง ที่เห็นความแตกต่างของ Cavaquinho กับ ukulele อย่างชัดเจนคือ Cavaquinho เป็นสายเหล็ก ส่วน Ukulele เป็นสายไนล่อน เลยต้องมีการค้นคว้ากันต่อไป ก็ได้ความมาว่า การตั้งสายของ Cavaquinho จะตั้งเป็นสายเปิดคอร์ด G เลย ที่เห็นมีการตั้งสายได้ 2 อย่างคือ G G B D และ D G B D (ไล่จากสาย 4 ไป 1) การตั้งสายเปิดลักษณะนี้ก็สามารถตั้งในกีต้าร์ได้เหมือนกัน และที่เคยเห็นอยู่บ่อยๆคือ คล้ายการตั้งสายของกีต้าร์พวกชาวเขา หรือกีต้าร์ของชาวกะเหรี่ยง... วิธีเล่นคร่าวๆในเบื้องต้นคือ เราสามารถเล่นคอร์ด G โดยไม่ต้องกดสายอะไรเลย และก็เติมเมโลดี้ที่อยู่ในกลุ่มของคอร์ด G ลงไปได้พร้อมกับเล่นคอร์ดได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงการจับคอร์ด (คลิกเพื่อดูตัวอย่าง) ... และสำหรับการจับคอร์ดก็จะแตกต่างไปจาก ukulele คือ (คลิกเพื่อดูวิธีจับคอร์ดสำหรับการตั้งสายแบบ D G B D) และสำหรับสไตล์การเล่นโดยส่วนใหญ่จะเล่นเพลงพื้นเมืองที่ไม่มีความซับซ้อนซึ่งเหมาะกับการตั้งสายลักษณะนี้ แต่ก็มีนักเล่น cavaquiho สมัยใหม่นำมาเล่นเพลงที่ซับซ้อนขึ้นไปอีก ตั้งแต่เพลง pop - jazz ไปจนถึงเพลง classic เลยทีเดียว (คลิกเพื่อดูตัวอย่าง) ...ถ้ามีโอกาส เพื่อนๆลองหาโอกาสจับเจ้า Cavaquinho ดูซักทีก็ไม่เลวเหมือนกันครับ ได้อีกอารมณ์นึง และก็เล่นสนุกไม่น้อยทีเดียวแหละ ^^
Uke Studio (8-9-2011) |
|||
มาฟัง Jazz กันดีกว่า ^^ ,,,ไหนๆก็คุยเรื่องดนตรี Jazz กันแล้ว เลยจะขอต่ออีกหน่อย... ดนตรี Jazz เป็นดนตรีที่มีเสน่ห์มากมายทีเดียว จุดเด่นน่าจะอยู่ที่การถ่ายทอดอารมณ์จากผู้เล่นสู่ผู้ฟัง ซึ่งออกมาในรูปแบบการด้นสด หรือ improvisation และนั่นคือหัวใจของดนตรี Jazz.... สำหรับผู้ที่เริ่มต้นหัดฟังเพลง Jazz เดิมๆ ควรทำความเข้าใจกับรูปแบบหลักๆก่อนเพื่ออรรถรสในการฟังดนตรี โดยจะมีรูปแบบมาตรฐานคือ รอบแรกของการบรรเลงจะเล่นทำนองหลักก่อน และรอบต่อๆมาจะเป็นการด้นสดของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น คนละรอบ ไม่ว่าจะเป็น Piano - Trumpet - Saxophone ไล่มาจนถึง กลอง และ เบส (หรืออาจจะด้นสดแค่บางชิ้น) แล้วก็มาจบรอบสุดท้ายด้วยการเล่นทำนองหลักอีกครั้ง (คลิกเพื่อฟังเพลง).. ความสนุกอยู่ที่การด้นสด หรือ improvisation นั่นเอง ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนจะสามารถโชว์ลีลากันได้อย่างเต็มที่ การด้นสดในแต่ละรอบก็จะยืนอยู่ตามทางคอร์ดของทำนองหลัก ดังนั้นการเล่นในเพลงเดียวกันแต่ละครั้งจึงแตกต่างกันออกไปตามแต่อารมณ์ของผู้เล่น.... ดนตรี Jazz ถูกพัฒนามาจากเพลง Blues (คลิกเพื่อฟังเพลง) ซึ่งเป็นเพลงของคนผิวดำ ที่ระบายอารมณ์ที่ถูกกดขี่ของพวกทาส และเพลง ragtime ซึ่งก็มีอิทธิพลต่อเพลง Jazz ไม่น้อยเช่นกัน สำหรับเพลง ragtime ถ้านึกไม่ออกลองนึกถึงเพลงนึงที่รู้จักกันเป็นอย่างดี นั่นคือเพลง The Entertainer (คลิกเพื่อฟังเพลง)... และดนตรีแจ๊สก็มีอิทธิพลต่อการพัฒนาจนกลายมาเป็นเพลง Pop ที่เรานิยมฟังกันจนกระทั่งปัจจุบัน.. ดนตรี Jazz มีหลายประเภท เช่น Dixieland , Swing , Be-bop , Cool จนกระทั่งปัจจุบันถูกพัฒนามาเป็น Fusion (คลิกเพื่อฟังเพลง) ซึ่งดนตรีก็ทันสมัยและฟังง่ายกว่าแจ๊สเก่าๆอยู่มาก แต่ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันในกลุ่มนักดนตรีแจ๊สยุคเก่าที่หลายๆท่านไม่ยอมจัดให้ Fusion รวมอยู่ใน Jazz ประเภทหนึ่ง... ,,วันนี้ก็คุยเรื่องเพลง Jazz มาพอหอมปากหอมคอ ก็อยากให้เพื่อนๆได้ลองหามาฟังกันดู อาจจะเริ่มต้นจากพวกวง trio ก่อน ซึ่งน่าจะฟังง่ายกว่า (คลิกเพื่อฟังเพลง).... แล้ววันหน้าเรามาคุยถึงเรื่องของเพลงประเภทอื่นๆกันต่อไปนะครับ ^^
Uke Studio (6-9-2011) |
![]() |
|||
|
Bossa Nova กับ Ukulele ...ปกติผมเป็นคนชอบฟังเพลง Bossa Nova มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เริ่มหัดฟังเพลง Jazz ก็จะคุ้นอยู่ 2 จังหวะ คือ Bossa Nova กับ Swing... เพลง jazz เก่าๆจังหวะ Bossa Nova ที่ทำนองคุ้นหู เช่น One note samba (คลิกเพื่อฟังเพลง).. จนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา กระแส Bossa Nova มาแรงมาก (บางคนเรียกสั้นๆว่า Bossa) เพลงใหม่ๆหลายเพลงเริ่มหันมาเล่นจังหวะนี้กันเยอะ.. ยุคใหม่ของไทยตอนต้นๆน่าจะเริ่มจากวง ทีโบน ประมาณเพลง แรงดึงดูด ซึ่งเป็นเพลงฟังสบายๆ ได้อารมณ์เหมือนนั่งอยู่ชายทะเลอะไรประมาณนั้น... จนหลังๆก็เริ่มเอาเพลง Pop เก่าๆมาทำใหม่เป็นจังหวะ Bossa Nova กันเยอะ ก็ฟังเพราะดี... และสำหรับเพลงฝรั่งก็ยิ่งเยอะเข้าไปใหญ่ สรุปว่ากระแส Bossa Nova มากันทั้งโลกเลยว่างั้น.... จนมาสะดุดกับนักร้องสาวๆ ทั้งชาวเอเชียและชาวตะวันตก ที่มาทำเพลงใหม่ตามกระแส หรือเอาเพลงเก่าคุ้นๆหูมาเรียบเรียงใหม่ เป็น Bossa Nova ที่ฟังง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็น Susan Wong (คลิกเพื่อฟังเพลง) , Olivia Ong (คลิกเพื่อฟังเพลง) , Lisa Ono (คลิกเพื่อฟังเพลง) ...สิ่งสำคัญที่ทำให้ชอบมากขึ้นไปอีกเพราะแต่ละอัลบั็มของศิลปินประเภทนี้ส่วนใหญ่จะออกมาเป็นแผ่น Audiophile ที่มีการบันทึกเสียงขั้นเทพ สามารถเอาไปอ้างอิงในการทดสอบเครื่องเสียงระดับ hi end ได้สบายๆ เลยทำให้ยิ่งฟังเพลินไปเลย ..จากกระแส Bossa Nova ผมคิดว่ามีอิทธิพลทำให้เกิดกระแสของ ukulele ตามมาอย่างลงตัว เพราะดูเหมือนเครื่องดนตรีชิ้นเล็กๆ ให้เสียงใสๆ แบบ อูคูเลเล่ สอดคล้องกับแนวเพลงแบบนี้เหมือนสร้างมาให้เป็นของคู่กัน บางคนเรียกเพลงแนวประมาณนี้ว่าเพลงชิลๆ คือฟังแล้วสบายๆเหมือนนั่งอยู่ริมทะเล ซึ่งบางทีอาจจะไม่ต้องใช้จังหวะ Bossa Nova แล้วก็ได้ ขอให้ฟังแล้วสบายๆก็เป็นอันว่าใช้ได้.. เริ่มจากเพลง Somewhere Over the Rainbow ที่คนเล่นอูคูเลเล่ทุกคนต้องรู้จักดี... เป็นอันว่าตอนนี้ อูคูเลเล่ เหมือนเป็นสัญญลักษณ์ของคนตรีที่ฟังสบายๆ น่ารักๆ ซึ่งผมคิดว่านี่อาจคือจุดเด่นที่ทำให้อูคูเลเล่เป็นที่นิยมกันทั่วโลกก็เป็นได้... และเจ้าอูคูเลเล่นี่แหละ อาจกำลังจะพาให้เราๆรู้จักกับแนวเพลงอื่นๆในแบบต่อๆไปอย่างไม่รู้ตัว ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าเจ้ากีต้าร์ตัวเล็กๆนี้จะสามารถเป็นสื่อกลางในการนำความเปลี่ยนแปลงการรับฟังดนตรีไปได้ไกลขนาดไหน.... และนั่นอาจคือพัฒนาการการฟังเพลงของไทยอีกระดับหนึ่งในไม่ช้า...
Uke Studio (31-8-2011) |
|||
|
||||
ทำไมต้องอูคูเลเล่ไม้จริง หรือ ไม้แท้... ...ความจริง ukulele ไม้อัดหรือไม้ลามิเนท ก็สามารถเป็น ukulele ที่ดีได้... อย่างที่เคยบอกว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่จะบอกว่า อูคูเลเล่ ตัวนั้นดีหรือไม่อย่างไร แต่วันนี้จะมาพูดในประเด็นว่าทำไมต้อง อูคูเลเล่ ไม้จริง มันมีข้อดีกว่ายังไง เพราะก็มีหลายๆคนตั้งคำถามนี้ให้ตอบกันอยู่บ่อยๆ... ซึ่งผมคิดว่าปกติการเลือกซื้ออะไรซักอย่าง แต่ละคนก็จะมีข้อจำกัดหรือความต้องการที่ต่างกัน เช่นบางคนมีงบที่จำกัด ยังไงก็ซื้อได้ในราคาที่ไม่เกินนี้ ก็ลองดู ukulele ไม้อัดที่มีคุณภาพซึ่งอาจจะไม่ต้องแพง แต่ได้ทัชชิ่งที่เหมาะกับมือเราหรือน้ำเสียงที่เราพอใจในระดับหนึ่ง หรือบางคนบอกว่าอยากได้ไม้จริงเพราะเค้าว่าไม้จริงเสียงดีกว่า ส่วนราคาก็พอไหวอยู่ ก็มุ่งไปที่ไม้จริงไปเลย ต่างคนก็ต่างเลือกในแบบของตัวเองกันไป... ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบให้ชัดเจนยิ่งขึ้นลองนึกไปถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้อัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง อันนี้คงไม่ต้องอธิบายมากว่าแตกต่างกันยังไง.. และเอาให้ชัดกว่านี้ลองนึกภาพเปียโนถ้าเป็นไม้อัด หรือ ดับเบิ้ลเบสไม้อัด.... ถึงตรงนี้คงมองภาพได้ชัดขึ้น หรือยังไม่ชัด ลองนึกไปถึงบ้านไม้สักทั้งหลัง กับบ้านไม้อัดทั้งหลังก็ได้ คุณค่าย่อมแตกต่างกันมากมาย.... และคุณค่าของไม้จริงหรือไม้แท้คือ ยิ่งเก็บ ยิ่งเก่า ยิ่งมีคุณค่า ยิ่งเครื่องดนตรีที่เป็นไม้จริง นอกจากความคงทนและคุณค่าแล้วยังจะให้เสียงที่ดีขึ้นเมื่อเก็บไว้นานๆ นั่นหมายถึงไม้ยิ่งแห้งเสียงยิ่งดี จะได้ความกังวาลเพิ่มขึ้นจนเห็นได้ชัด มีลูกค้าหลายคนที่ซื้อไปแล้วกลับมาเยี่ยมเยียนกันเล่าให้ฟังว่า แรกๆที่ซื้อไปก็ว่าเสียงดีอยู่แล้ว แต่ยิ่งเล่นนับวันเสียงยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ เราเห็นเพื่อนๆเล่าด้วยความภูมิใจและความสุขกับสิ่งที่สัมผัสได้ ก็ทำให้เราพลอยมีความสุขไปด้วย ^^... ที่ว่ามาไม่ได้หมายความว่า อูคูเลเล่ ไม้อัดจะไม่มีคุณค่าหรือว่าด้อยคุณภาพ ทุกอย่างย่อมมีจุดดีของตัวเองที่ตั้งอยู่ในความพอดีหรือความพอเพียง... แต่ในที่สุด คุณค่าของอูคูเลเล่ตัวนั้นจะมากน้อยขึ้นอยู่กับเราได้ใช้ประโยชน์กับมันมากแค่ไหนนั่นเอง... อูคูเลเล่ตัวละแสนอาจจะไร้ซึ่งคุณค่าถ้าถูกวางไว้เฉยๆ ถ้าเทียบกับอูคูเลเล่ไม้อัดราคาสองพันบาทที่ถูกจับขึ้นมาเล่นทุกวัน...
Uke Studio (25-8-2011) |
![]() |
|||
|
Ukulele ....ของจริงหรือเพียงแค่แฟชั่น.... ...สืบเนื่องจากวันนั้นจำไม่ได้ว่าเป็นวันเสาร์หรืออาทิตย์ตอนประมาณ 11 โมงกว่า ๆ ณ.ตลาดนัดหน้าหมู่บ้านสัมมากร (คนที่อยู่ย่านสุขาภิบาล 3 หรือ รามคำแหง น่าจะรู้จักตลาดนี้เป็นอย่างดี) ที่นี่น่าจะเป็นตลาดที่คนชั้นกลางๆ หรือชนชั้นสูงชอบมาจับจ่ายซื้อของกัน ไม่ว่าของกินหรือเสื้อผ้า อีกทั้งของใช้ภายในบ้าน รวมๆแล้วถือว่าเป็นตลาดที่น่าเดินทีเดียว ซึ่งเดี๋ยวนี้ขยายซะใหญ่โตมาก หลังจากเดินซื้อของได้พักใหญ่ บังเอิญ...บังเอิญหูเจ้ากรรมดันไปได้ยินเสียงบทสนทนาของพ่อค้าแม่ค้าคู่หนึ่งเข้า ทั้งๆที่บรรยากาศตอนนั้นผู้คนเดินขวักไขว่มากมาย อีกทั้งเสียงในตลาดแห่งนั้นก็เป็นเสียงที่วัดความดังแล้วก็ประมาณ.......เดซิเบลเท่านั้นเอง.. โถ่ผมจะไม่ได้ยินได้ยังไงในเมื่อคนทั้งคู่เขาตะโกนคุยกันระหว่างขายของ ซึ่งมือก็ยังหยิบยกกางเกงยีนส์ใส่ถุงให้ลูกค้า ส่วนแม่ค้าวัยรุ่นอีกคนอายุน่าจะประมาณ 17-18 ปีกำลังให้ลูกค้าลองเข็มขัดน่ารักๆลาย ANGRY BIRD อยู่ และนี่เองคือบทสนทนาที่ค่อนข้างดังจนทำให้หลายๆคนแถวนั้นได้ยิน ระหว่างพ่อค้าอายุ 40 กว่าๆที่ขายกางเกงยีนส์และน้องสาวที่ขายทั้งรองเท้าและเข็มขัด
Uke Studio (23-8-2011) |
|||
ร้านน้องขายเฟอร์นิเจอร์ด้วยเหรอ ??? "งงค่ะ" .. "งงครับ" ..... "โทษทีครับ" ..... "ขอโทษนะค่ะ" .........คำพูดเหล่านี้ผมและเพื่อน ๆ ที่ร้านมักจะได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ แล้วตามมาด้วยคำถามที่ทำให้ทั้งผู้ถามและผู้ตอบแอบยิ้มนิด ๆ ที่มุมปากให้กัน ว่าที่นี่ใช่ร้านอูคสตูดิโอหรือเปล่าคะ? แล้วเราทุกคนก็จะตอบเหมือนกันครับว่า สวัสดีคร้าบบบ....อูคสตูดิโอครับ. หลังจากนั้นคำถามที่สองกับความสงสัยที่มีอยู่ในใจหลังจากที่แอบด้อม ๆ มอง ๆ อยู่นอกร้านประมาณเกือบนาทีก็จะออกมาเหมือนกันทุกคนว่า โถ่พี่ตอนแรกผมนึกว่าร้านขายเฟอร์นิเจอร์เลยไม่กล้าเข้า หรือ แหม.....น้องแต่งร้านเล่นเอาพี่งงเลยนะ อะไรประมาณนี้นะครับ... หลังจากนั้นบทสนทนาเกี่ยวกับเจ้าอูคูเลเล่น้อย ๆ ก็เกิดขึ้น ยามท่านมาคนเดียวท่านก็อาจจะโดนรุมให้คำแนะนำจากบุคลากรหน้าตาประหลาด ๆ อย่างพวกเรา หรือ บางทีลูกค้าก็ยกกันมาทั้งบ้าน มารุมยิงคำถามให้พวกผมและเพื่อนๆก็มี.. เอาเป็นว่าสลับ ๆ กันไปตามสีสันของแต่ละวันก็แล้วกัน แต่ที่พิเศษจริงน่าจะเป็นวันเสาร์และอาทิตย์พวกผม ๆ อยู่กันพร้อมหน้าไม่ยอมแพ้พวกท่านเด็ดขาด ถามมาตอบไป (ตามเท่าที่รู้นะครับ 55555) ... หลังจากจบเรื่องอูคูเลเล่แล้ว ลูกค้าก็จะเริ่มหันมาสนใจบรรยากาศรอบข้างมากขึ้น (ก็ชั้นมาซื้อ ukulele นี่นา มาช้าก็จะอดยิ่งรู้ว่าที่นี่มีแต่ของดี ๆ ราคาตามที่เจ้าของบอกไว้ว่าเราสัมผัสได้) แล้วคำถามต่อมาหลังจากได้ครอบครองอูคูเลเล่ตัวจิ๋วก็คือ ร้านน้องขายเฟอร์นิเจอร์ด้วยหรือ? คำตอบก็คือ ใช่ครับ ....เฟอร์นิเจอร์ที่ร้านเป็นแนว ๆ ยุโรปสไตล์ vintage เป็นสินค้านำเข้าทุกชิ้น และทำด้วยไม้จริงทั้งหมด เหมือนๆกับ ukulele ที่เราขายนั่นแหละ.. ราคาขอบอกได้เลยว่าพิเศษสุด ๆ ไม่มีที่ไหนขายได้ราคานี้อีกแล้ว มีลูกค้าหลายคนที่พอพลิกป้ายราคาดู ต้องพลิกกลับไปกลับมาอยู่หลายรอบนึกว่าติดป้ายราคาผิด เพราะเฟอร์นิเจอร์แบบนี้ คุณภาพแบบนี้เคยเห็นเค้าขายกันเป็นเลข 6 หลัก แต่ของเราเตียง Mahogany แท้ๆทั้งตัวติดราคาไว้แค่ 2-3 หมื่น... ก็บอกแล้วว่าที่ร้านเราขายสินค้าคุณภาพเกินราคาอยู่แล้ว ^^ ..ลูกค้าบางท่านมาซื้ออูคูเลเล่ 1 ตัวแต่สั่งให้ส่งโต๊ะกินข้าวไปให้ที่บ้านเป็นชุดก็มี ยังไงเรื่องเฟอร์นิเจอร์ก็มาดูได้ที่ร้านนะครับ หรือลองเข้าไปชมที่ website เลยก็ได้ที่ www.attitudeliving.com สรุปเป็นอันว่า Uke Studio กับ Attitude Living ใช้ โชว์รูมที่เดียวกันครับ ไขข้องปัญหาที่คาใจแล้ว ลูกค้าส่วนใหญ่ก็อยากจะรีบกลับบ้านไปดีดเจ้าอุ๊คน้อย ๆ ที่บ้านแล้วหละ แต่ละท่านก็คงต้องกลับไปฝึกวิทยายุทธตามแต่สำนักที่เล่าเรียนกันมา ว่าแล้วก็เป็นอันล่ำลากัน พวกผม ๆ ก็จะเดินไปส่งที่หน้าร้านพร้อมกล่าว ขอบคุณครับ รับ concert หรือ soprano เพิ่มมั๊ยคร้าบบบ ^^ ...
Uke Studio (17-8-2011) |
![]() |
|||
|
|
..Ukulele อ่านว่าอะไรกันแน่ ไปๆมาๆก็งงเหมือนกัน... วันก่อนมีเพื่อนที่เล่น Ukulele มาตั้งแต่เด็กและเกิดมาจากครอบครัวคนดนตรี มาทักว่าความจริงต้องเรียกว่า ยูคัลลีลี่.. ซึ่งก็จริงของเค้าเพราะลองสังเกตุพวกฝรั่งเค้าก็พูดออกเสียงแบบนั้น.. แต่เราเรียก อูคูเลเล่ ซึ่งบทความของไทยก็บอกว่าถ้าออกเสียงแบบฮาวายก็ต้อง อูคูเลเล่... อืมมม แต่ผมเห็นฮาวายเค้าก็พูด ยูคัลลีลี่ เหมือนกัน เลยไม่แน่ใจ.. นอกจากนั้นยังมีบางคนบอกว่าต้องออกเสียง อูคูลีลี่ , ยูคูลีลี่ , ยูกูลีลี่ อะไรมากมายอีกสารพัด.... แต่คนส่วนใหญ่บ้านเราเรียกกันว่า อูคูเลเล่ กันติดปากแล้วนี่ จะผิดจะถูกยังไงก็ต้องตามๆกันไปจะได้คุยกันรู้เรื่อง ^^ แต่สำเนียงพูดจะออกเสียงยังไงก็ไม่สำคัญเท่าสำเนียงของเส้นสายที่บรรเลงออกมาจากหัวใจของผู้เล่น นั่นถึงสามารถสื่อความรู้สึกเจ้ากีต้าร์ตัวเล็กให้ผู้ฟังได้รับรู้ถึงแก่นแท้แห่งความหมายของมัน..
Uke Studio (16-8-2011) |
||
...ทำไมต้อง coffee time @ริมระเบียง?? ...ก็นั่งนึกอยู่นานว่าจะใช้ชื่ออะไรดี อยากให้เป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกสบายๆ นั่งชิลๆตอนเย็นๆ ในวันที่อากาศดี ลมพัดเอื่อยๆในฤดูหนาว กับกลิ่นดินกลิ่นธรรมชาติในชนบท จิบกาแฟร้อนๆ แล้วก็นั่งเล่น ukulele (อูคูเลเล่) หรือไม่ก็เปิดเพลง ukulele (อูคูเลเล่) เบาๆคลอไปกับเสียงนกเสียงงู ตุ๊กแก อึ่งอ่าง..... ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเปิดคอลัมน์นี้ขึ้นมาทำไม แต่อยากบ่นๆอะไรไปตามเรื่องตามราวซึ่งบางทีอาจทำให้เรารู้จักกันมากกว่านี้ก็ได้ ^^ ..แต่ตรงนี้เป็นที่ของผมคนเดียว 555.... ถ้าเพื่อนๆจะบ่นอะไรก็เข้าไปได้ที่ Facebook ของ Uke Studio ละกันนะ www.facebook.com/ukestudio วันนี้แค่นี้ก่อน ไว้มาคุยใหม่ ^^
Uke Studio (15-8-2011) |
![]() |
|||
|
|
copyright 2011 © Uke Studio |